• Home
  • /
  • Blog
  • /
  • Beauty
  • /
  • รวม 7 CSR แบรนด์ไทย 2021 จัดแคมเปญคืนสู่สังคม ขอบคุณที่ทำให้โลกดีขึ้น !

ขอบคุณที่ทำให้โลกดีขึ้น ! รวม 7 CSR แบรนด์ไทย จัดแคมเปญคืนสู่สังคม

สวัสดีชาว Simplee Organic ทุกคนค่ะ ในช่วงเวลาสิ้นปีของปีที่แสนจะยากลำบากนี้ เราจะขอพาเพื่อนๆมารู้จักกับแคมเปญ CSR หรือ แคมเปญคืนสู่สังคมที่น่าสนใจ มีทั้งการพัฒนานวัตกรรม สิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างานสร้างอาชีพ ที่เพื่อนๆอาจไม่เคยรู้ รวมถึงสามารถเข้าไปติดตามเพื่อรับความช่วยเหลือจากแคมเปญได้เช่นกันค่ะ

ก่อนอื่นมารู้จักกับแคมเปญ CSR กันก่อน

CSR คืออะไร?

CSR ย่อมาจาก Corporate Social Responsibility  เป็นกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมของภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลของการสร้างภาพลักษณ์องค์กร กลยุทธ์ทางการตลาด หรืออาจเป็นภาคบังคับสำหรับบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่จะต้องทำตามกฏกติกา

แต่ก็ต้องยอมรับว่า CSR นั้นเป็นการคืนกำไรให้กับสังคมในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่ารูปแบบการตอบแทนสังคมของแบรนด์บางแบรนด์เริ่มเปลี่ยนไป เพราะพวกเขาเชื่อว่าธุรกิจไม่ควรเป็นฝ่ายรับจากสังคมอย่างเดียว แต่ควรคืนสู่สังคม แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็ก แต่ถ้าทุกองค์กรช่วยกัน การช่วยเหลือก็จะยิ่งใหญ่

มาเริ่มกันที่แคมเปญแรกกันค่ะ

CSR แบรนด์ไทย - “สิงห์อาสาอบรมสร้างอาชีพ”
ขอบคุณภาพจาก khaosod

1. “สิงห์อาสาอบรมสร้างอาชีพ”

โดย สิงห์อาสา

เข้ามาดูแคมเปญจิตอาสาอื่นๆได้ที่ Singha R SA

สิงอาสา ได้นำ 3 เชฟดัง “เชฟชุมพล แจ้งไพร” เจ้าของรางวัลมิชลิน 2 ดาว จากร้าน R.HAAN “เชฟป้อม”
ธนรักษ์ ชูโต เชฟกะทะเหล็กอาหารจีน และ “เชฟปิ๊ก” สรมย์เวท ธีระพจน์ ครีเอทีฟเชฟ จากร้าน EST. 33

จัด กิจกรรม CSR มาลงมือสอนคอร์ส “สร้างตัวกับเมนูเดลิเวอรี่” หวังปั้นพ่อครัว-แม่ครัวจำเป็น ที่สามารถสร้างตัวได้จากการทำอาหารที่สามารถตอบสนองพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คน ที่นิยมสั่งอาหารผ่าน Food Delivery

CSR แบรนด์ไทย - King Power ส่งเสริมศักยภาพของคนไทย ให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก

ขอบคุณภาพจาก powermag

2.  King Power ส่งเสริมศักยภาพของคนไทย
ให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก

โดย King Power

เข้าไปดูคอลเลคชั่นสวยๆได้ที่ Powermag

King Power แบรนด์ที่มุ่งเน้นสร้าง THAI POWER พลังคนไทย ส่งเสริมศักยภาพของคนไทย
ให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก

โดยจัดโปรเจ็กต์ CSR สร้างคอลเลกชั่น เลสเตอร์ ซี้ตี้ ฟุตบอลคลับ indigo นำผ้าย้อมสีธรรมชาติจากภูมิปัญญาของคนไทยในแต่ะภูมิภาค วางจำหน่าย ณ ประเทศอังกฤษ

นอกจากนี้ King Power ได้ใช้ศักยภาพ ช่วยท้องถิ่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ หลังจากนั้นก็ประชาสัมพันธ์แล้วใช้ช่องทางการขายใน7ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ เกาหลีไต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ LCFC shop Online ในประเทศอังกฤษ เป็นการส่งภูมิปัญญาของไทยออกไปสู่ตลาดโลก 

CSR แบรนด์ไทย - Journey D (Journey+Development)

ขอบคุณภาพจาก Journey D

3. Journey D (Journey+Development)

โดย Airasia

เข้าไปชมแคมเปญท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้ที่ Journey D

“แอร์เอเชีย” จัดโครงการ CSR ชื่อ Journey D (Journey+Development) ที่ช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม  รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของคนในท้องถิ่น

เริ่มตั้งแต่การสอนภาษาอังกฤษภายใต้ชื่อกิจกรรม “English on Air” ให้ความรู้เรื่องทักษะการสื่อสาร นอกจากนี้ยังมีการดูแลและสร้างมาตรฐานบ้านพักโฮมสเตย์

ซึ่งแคมเปญดังกล่าวแอร์เอชียทำมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ในเวลาแบบนี้ “การท่องเที่ยว” ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ต้องหยุดชะงักไป ทำให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้รับผลกระทบไปด้วย

แอร์เอเชีย จึงปรับแคมเปญจากเดิมที่เน้นพัฒนาแหล่งท่องท่องเที่ยว เป็นการนำเอา “สินค้า” ของชุมชนที่ช่วงนี้ไม่มีลูกค้า ทำให้กลายเป๋นงานโฆษณาที่น่ารัก สดใส ดึงเอาความเป็นธรรมชาติของผู้คนในชุมชนออกมานำเสนอ แบบเรียลๆ ดูไปก็อมยิ้มไปกับความน่ารักของผู้คนในท้องถิ่น


CSR แบรนด์ไทย - Tesco Lotus x SCG เปิดจุดรับกล่อง-ลังกระดาษรีไซเคิล

ขอบคุณภาพจาก environman

4. Tesco Lotus x SCG เปิดจุดรับกล่อง-ลังกระดาษรีไซเคิล

โดย Lotus's, SCG

มาต่อกันที่ โลตัส ที่เราคุ้นเคยกันค่ะ ทางโลตัส ได้ทำโครงการ CSR จัดหาพื้นที่รับบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล โดยพัฒนามาจากอินไซต์ที่ผู้บริโภคหลายคนอยากมีส่วนร่วมในการกำจัดขยะ แต่มีขั้นตอนมากมาย ทั้งหาที่ทิ้งขยะที่คัดแยกแล้วไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะตั้งใจแยกขยะ แต่ปลายทางขยะก็ถูกนำไปรวมกันแล้วปนเปื้อนอยู่ดี

ความร่วมมือระหว่างแบรนด์ โลตัส กับ SCG จึงเกิดขึ้น เมื่อฝั่งโลตัสมีพื้นที่และเป็นจุดหมายปลายทางที่คุณแม่บ้านต้องมาจับจ่ายอยู่แล้ว ขณะเดียวกันทาง SCGP ผู้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ก็มีเทคโนโลยีที่จะนำแพ็กเก็จจิ้งกล่องและลังกระดาษที่ใช้แล้วใช้แล้วไปจัดการได้อย่างเหมาะสม ก่อนนำกลับไปรีไซเคิลเป็นกล่องกระดาษใหม่ที่แข็งแรงและสมบูรณ์อีกครั้ง

ทั้งสองจึงร่วมมือกัน ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด 

CSR แบรนด์ไทย - นวัตกรรม ห้องไอซียูโมดูลาร์

ขอบคุณภาพจาก สยามรัฐ

5. นวัตกรรม ห้องไอซียูโมดูลาร์

โดย SCG

เข้าไปดูนวัตกรรมเจ๋งๆของ SCG ได้ที่ SCG

Technology for  Humanity”

  ในวิกฤติ Covid 19 เอสซีจีได้โชว์บทบาทผู้นำด้านนวัตกรรม ทำโครงการ CSR พัฒนาต้นแบบ ห้องไอซียู โมดูลาร์ (MODULAR ICU) สำหรับคนไข้วิกฤตโควิด ที่สามารถผลิต และติดตั้งเสร็จรวดเร็วใน  7 วัน

ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการปรับปรุงไอซียูแบบทั่วไป อาจต้องใช้เวลากว่า 3 เดือน เพื่อช่วยแยกผู้ป่วยโควิดออกจากผู้ป่วยปกติ และช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลคนไข้โควิดได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น

ยังมีการสนับสนุน “เตียงกระดาษ” ให้กับโรงพยาบาลสนามอีกหลายแห่ง โดยอาศัยความชำนาญของ SCG Paper ที่ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำหลายแห่งระดมรับกระดาษลัง มาเพื่อให้ SCGP รีไซเคิลเป็นเตียงกระดาษอย่างเร่งด่วน ในช่วงเวลาที่ต้องการอุปกรณ์ชนิดนี้รองรับผู้ป่วย

สิ่งที่ SCG ทำไม่ใช่แค่ช่วยเหลือภาคประชาชนเท่านั้น แต่ยังคงสร้างการรับรู้ถึงจุดเด่นขององค์กรได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

CSR แบรนด์ไทย - “แสนสิริ” ทุ่มเทช่วยเหลือพาร์ทเนอร์และสังคม ในยุคโควิท

ขอบคุณภาพจาก sdperspectives

6. “แสนสิริ” ทุ่มเทช่วยเหลือพาร์ทเนอร์และสังคม ในยุคโควิท

โดย แสนสิริ

ในยุคโควิดที่อสังหารินมทรัพย์กำลังปิดตัวลง เพราะถูกสั่งให้ระงับการก่อสร้าง แสนสิริ อัดงบ 40 ล้านบาท สั่งวัคซีนชิโนฟาร์ม 37,000 โดส

ซึ่งไม่ใช่แค่พนักงานและครอบครัวของพนักงานเท่านั้น แต่พาร์ทเนอร์คู่ค้า และสังคมโดยรอบนอกจากนี้ในช่วงที่ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำแบบนี้

ทาง “แสนสิริ” อาศัยกำลังของตัวเองเข้าไปอุดหนุนสินค้า ที่ราคาตกต่ำเพราะว่าส่งออกไปต่างประเทศไม่ได้ แล้วนำมาแจกจ่ายให้กับลูกบ้าน กลายเป็นการทำ Customer Relationship แบบง่ายๆ นอกจากนี้ ยังนำไปแจกจ่ายให้กับแคมป์คนงานก่อสร้างที่พวกเขาเหล่านี้ต้องการการดูแลอย่างมาก เมื่อเขาเหล่านี้ถูกจำกัดการเดินทาง และไม่มีกำลังซื้อ

CSR แบรนด์ไทย - PTT Amazon For Chance by Amazon

ขอบคุณภาพจาก ไทยรัฐ

7. PTT Amazon For Chance by Amazon

โดย PTTO

ร้านคาเฟ่ อเมซอน จัดทำโครงการ CSR ที่พนักงานในร้านเป็นผู้พิการทางการได้ยิน ผู้พิการทางการเรียนรู้ กลุ่มทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บจากการรบ และผู้สูงอายุ โครงการนี้

เริ่มต้นสาขาแรกในปี 2560 เริ่มจากกลุ่มผู้พิการทางการได้ยิน เป็นกลุ่มใหญ่อันดับ 2 รองจากกลุ่มผู้พิการทางอวัยวะ มาเป็นพนักงานบาริสต้า โดยกระบวนการคิดออกแบบร้านทุกอย่างต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของพนักงาน

แต่ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ดังนั้น สาขาที่เป็น Amazon For Chance จึงใหญ่กว่าร้านกาแฟปกติ โดยเฉลี่ยแต่ละสาขามีขนาดอยู่ที่ 120 ตารางเมตร เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดอุบัติเหตุจากการชนสิ่งของต่างๆ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น ระบบเรียกคิวอัตโนมัติ หน้าจอ Touch Screen สองด้าน ที่เหมือนกันทั้งฝั่งพนักงาน และฝั่งลูกค้า 

สาขา Café Amazon For Chance ณ ปัจจุบัน จำนวน 9 สาขา (ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2563)

  1. สาขา คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาศาลายา (ผู้พิการทางการได้ยิน)
  2.  สาขา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาศาลายา (ผู้พิการทางการได้ยิน)
  3. สาขา หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา (ผู้พิการทางการได้ยิน)
  4. สาขา Sky lane สนามบินสุวรรณภูมิ (ผู้พิการทางการได้ยิน)
  5. สาขา โรงพยาบาลแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี (ผู้พิการทางการได้ยิน)
  6. สาขา ปตท. สำนักงานใหญ่ อาคาร 2 (ผู้พิการทางการได้ยิน)
  7. สาขา กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ผู้สูงวัย)
  8. สาขา หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หาดเตยงาม (ผู้พิการทหารผ่านศึกและครอบครัว)
  9. สาขา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ผู้พิการทางการได้ยิน)
ขอบคุณข้อมูลสาขาจาก ไทยรัฐ
CSR คืออะไร?

ขอบคุณภาพจาก amarin tv

8. CSR พัฒนาชุมชนยั่งยืนของพิมรี่พาย

โดย พิมรี่พาย

ปิดท้ายด้วยไอดอล พิมรี่พาย แม่ค้าสาวใจบุญ ที่มีสไตล์การขายของที่ไม่เหมือนใคร นอกจากเรื่องการขายของแล้ว เธอยังจัด CSR แคมเปญคืนสู่สังคม ที่มุ่งไปที่ความยั่งยืนของชุมชน ชุมชนสามารถยืนได้ด้วยตัวเองในระยะยาว

โดยวันเด็กที่ผ่านมา พิมรี่พายได้ใช้เงินส่วนตัวของตัวเองกว่า 500,000 บาท จัดแคมเปญวันเด็ก โดยสร้างโรงเรือนเพาะปลูก สอนการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์แก่เด็กในชุมชน พร้อมเดินหน้าติดแผงโซลาร์เซลล์ในการผลิตไฟฟ้า เพื่อที่หมู่บ้านจะได้มีไฟฟ้าใช้ในระยะยาว

นอกจากกนี้เธอยังลงพื้นที่ที่ภาคอีสานซึ่งชาวบ้านกำลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง เธอได้ใช้เงินส่วนตัวมากถึง 190,000 บาทในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกับชุมชนและช่วยขุดเจาะน้ำบาดาล จนในมีน้ำพุ่งออกมา สร้างความประทับใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก

และล่าสุดนี้ พิมรี่พายได้จัดโครงการ สร้างโรงพยาบาลสนาม ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด จำนวน 50 เตียง อุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมไปถึง กล้องวงวรปิด สัญญาณอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้กับทางโรงพยาบาลอีกด้วย

อบตัวสมุนไพร ด้วยตัวเอง งบ 33 บาท!

About the author

About the author

Tanjai Paimyotsak

Tanjai Paimyotsak

Hello I'm Tanjai Nice to meet you. If you like my content please share it with your friends.


Tags


You may also like

ปวดหลังแบบไหนอันตราย เช็คให้ชัวร์ก่อนสายเกินแก้!
เช็คด่วน! คุณอาจอยู่ในกลุ่มเสี่ยงคลอเรสเตอรอลสูง
ริมฝีปากบวมสาเหตุและวิธีดูแลรักษา
{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

พวกเราตั้งใจและทุ่มเทกับการสร้างสรรค์คอนเทนท์เพื่อทุกคน และพวกเรารู้สึกยินดีมากๆ หากคุณสนใจที่จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์คอนเทนท์ดีๆ ในคอมมูนิตี้ของเรา 

>