• Home
  • /
  • Blog
  • /
  • Beauty
  • /
  • โอเมก้า 3 จากพืช : 5 วิธีในการรับโอเมก้า 3 ที่ไม่ง้อน้ำมันตับปลา

โอเมก้า 3 จากพืช : 5 วิธีในการรับ
โอเมก้า 3 ที่ไม่ง้อน้ำมันตับปลา

โอเมก้า 3 จากพืช : 5 วิธีในการรับโอเมก้า 3 ที่ไม่ง้อน้ำมันตับปลา

หลายปีที่ผ่านมา องค์กรการแพทย์ต่างๆ ทั่วโลกได้ออกมาประกาศให้เราทานโอเมก้า 3 ให้มากขึ้นเพื่อบำรุงของหัวใจและสมองของเรา ทำให้ผู้คนหันมากินปลาและอาหารเสริมจำพวกน้ำมันตับปลามากขึ้น

แต่เพื่อนๆคะ ยังมีอีกด้านของอุตสาหกรรมน้ำมันตับปลาที่พวกเราควรรู้ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมน้ำมันปลา เป็นอุตสาหกรรมที่ไม่ยั่งยืน และอาจส่งผลที่ ‘ไม่ดีต่อสุขภาพ'

ทำไมอาหารเสริมน้ำมันตับปลาถึงไม่ยั่งยืน?

นี่ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยค่ะ เพราะ ปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีอวนจับปลาที่มีขนาดใหญ่มาก ของอุตสาหกรรมการประมง ทำให้มีการจับปลาในมหาสมุทรมากถึง 3 แสนตันต่อปี ส่งผลให้มีปลาขนาดเล็กจำนวนมากใกล้สูญพันธุ์ นอกจากการใช้อวนจับปลาทำให้ อวนเข้าไปติดกับแนวปะการัง ทำให้แนวปะการังเสียหายเป็นจำนวนมาก

ขยะพลาสติกและสารเคมี

ขยะพลาสติกและสารเคมี

ปัจจุบัน ปัญหาขยะพลาสติกและสารเคมีที่ถูกปล่อยลงสู่ทะเลจากชีวิตประจำวันมีจำนวนมาก ซึ่งสุดท้ายขยะพลาสติกเหล่านี้จะย่อยสลายด้วยแสงกลายเป็นไมโครพลาสติก ลงเลยที่กลายเป็นอาหารปลา พลาสติกและสารเคมีทุกประเภทจะถูกจัดเก็บในส่วนของไขมันของปลา ซึ่งเป็นที่พวกเรากินกัน

แต่ในความจริงเราไม่สามารถปฎิเสธ โอเมก้า 3 ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการ และจำเป็นสำหรับการมีสุขภาพที่ดี Simplee Organic เลยมาแนะนำอีกทางเลือกที่รักสุขภาพ และรักษ์โลกไปพร้อมกัน!


ทริคน่ารู้!

ร่างกายเราต้องรับโอเมก้า 3 มากแค่ไหน?

ALA  : โอเมก้า-3 จากพืช

DHA : โอเมก้า-3 จากปลา

หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งยุโรปแนะนำ 5% ของพลังงานทั้งหมด ให้มาจากไขมัน ALA (โอเมก้า-3 จากพืช) หรือประมาณ 1.1-1.6 กรัม/วัน – ถือเป็นปริมานต่อวันที่ไม่มากเท่าไหร่

ในอเมริกา สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) เองก็แนะนำให้ทาน ALA ประมาน 1.1-1.6 กรัม/วัน เหมือนกันนอกจากนี้ยังไม่มีคำแนะนำสำหรับให้ทาน DHA เป็นหลัก เพราะเราสามารถทาน ALA แทนได้ และ DHA ก็มีในร่างกายของเราเหมือนกันค่ะ


5 วิธีในการรับโอเมก้า 3 ที่ไม่ง้อน้ำมันตับปลา

ต่อไปนี้คือ 5 วิธีในการได้รับโอเมก้า 3 ที่ร่างกายของเราต้องการจากพืช ที่ไม่ทำลายความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม หรือมีความเสี่ยงต่อการบริโภคพลาสติก และเคมีสารพิษทางอุตสาหกรรม

วิธีรับโอเมก้า 3 - สาหร่ายทะเล

1. สาหร่ายทะเล

สาหร่ายเป็นพื้นฐานของแหล่งเส้นใยอาหารในท้องทะเล!

สาหร่ายยังเป็นตัวหลักในการสร้าง DHA และ EPA (omega-3) และปลาจะได้รับ DHA และ EPA จากการกินสาหร่าย และพวกปลาขนาดเล็กที่กินสาหร่ายเข้าไป เราสามารถหาซื้ออาหารเสริมจากน้ำมันสาหร่ายได้ในร้านยาและช่องทางออนไลน์ ปัจจุบันนี้ยังมีสูตรที่ปลอดภัยใช้ได้กับเด็กทารกด้วยค่ะ

สิ่งสำคัญคือ ต้องดูฉลากของน้ำมันโอเมก้า 3 ที่เราซื้อเพื่อหาปริมาตรยา ปริมาตรทั่วไปที่แนะนำของ DHA และ EPA รวมกันอยู่ที่ 500 มก. ต่อวัน และไม่ควรเกิน 3 กรัมต่อวัน (ทั้งจากปลาหรือสาหร่าย)

วิธีรับโอเมก้า 3 - วอลนัท

2. วอลนัท

วอลนัทมีไขมันโอเมก้า 3 – ALA (กรดอัลฟ่าไลโนเลนิก) สูงมาก ถือเป็นอีกวิธีที่ดีในการรับโอเมก้า 3 จากพืชค่ะ

วอลนัทหนุ่งลูกมีไขมันประมาณ 65% และวอลนัท 1 ส่วน (28 กรัมหรือ 1 ออนซ์) ให้โอเมก้า 3 ALA มากถึง 2,542 มก. ซึ่งเป็นสองเท่าของปริมาณที่แนะนำ

นอกจากนี้ วอลนัทยังช่วยเรื่องการลดน้ำหนัก ทำให้รอบเอวเล็กลงอีกด้วยนะคะ

วิธีรับโอเมก้า 3 - กัญชง

3. กัญชง

ในเมล็ดกัญชงมีไขมันมากกว่า 30% และมีกรดไขมันโอเมก้า 6 และกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง

เมล็ดกัญชงยังเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมสำหรับคนที่ชอบทานผักผลไม้ ในเมล็ดกัญชงหนึ่งออนซ์ (28 กรัม) มี ALA ถึง 6,000 มก. ซึ่งสูงเป็น 4 ถึง 5 เท่าของปริมาณที่แนะนำ

นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์สูงยังช่วยในการย่อยอาหารและช่วยในการขับถ่ายที่ดี

วิธีรับโอเมก้า 3 - เมล็ดเจีย

4. เมล็ดเจีย

อันนี้เราชอบเป็นการส่วนตัวค่ะ เราชอบใส่เมล็ดเจียลงในนมถั่วเหลืองและดื่มในทุกๆวัน ถือเป้นแหล่ง ALA ที่หาซื้อง่ายและราคาไม่แพง แถมได้สุขภาพที่ดีในทุกวันอีกด้วยค่ะ ในเมล็ดเจีย 1 ออนซ์ (28 กรัม) ให้โอเมก้า 3 ถึง 5 กรัม (5,000 มก.)

นอกจากนี้ เมล็ดเจียยังมีโปรตีน 5 กรัมต่อออนซ์ ซึ่งเกือบจะพอๆ กับไก่หนึ่งชิ้น! และเมล็ดเจียยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะไม่ต้องการดินหรือน้ำมากในการปลูกค่ะ

วิธีรับโอเมก้า 3 - แฟลกซ์ซีด

5. แฟลกซ์ซีด 

ปิดท้ายด้วย เมล็ดแฟลกซ์ หรือ เมล็ดของต้นปอป่าน ที่มีเส้นใยสูงและไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เป็นแหล่งโอเมก้า 3 จากพืชชั้นดีเหมือนกันค่ะ เมล็ดแฟลกซ์ 1 ออนซ์ (28 กรัม) มี ALA ประมาณ 3.6 กรัม ซึ่งเป็นสารป้องกันโรคหัวใจ (ช่วยปกป้องหัวใจ) และสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ เนื่องจากมีเส้นใยสูง

เมล็ดแฟลกซ์ยังมีลิกแนนสูง ที่ช่วยการป้องกันมะเร็งที่อาจเกิดจากฮอร์โมน รวมทั้งมะเร็งเต้านมอีกด้วยค่ะ

การรับโอเมก้า 3 จากพืชไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือปลอดจากสารเคมีตกค้าง แต่ยังมาพร้อมกับประโยชน์ของไฟเบอร์ ที่ช่วยในเรื่องการย่อยของระบบอาหาร ดังนั้น ครั้งต่อไปที่เพื่อนๆ กำลังมองหาโอเมก้า 3 ที่ดีต่อสุขภาพ ลองหาเมล็ดเหล่านี้มาเพิ่มในเมนูอาหารดูนะคะ

อบตัวสมุนไพร ด้วยตัวเอง งบ 33 บาท!

About the author

About the author

Tanjai Paimyotsak

Tanjai Paimyotsak

Hello I'm Tanjai Nice to meet you. If you like my content please share it with your friends.


Tags


You may also like

สิวอักเสบ ! ไม่มีหัวสิบแต่เจ็บปวดเหลือเกิน สาเหตุมาจากอะไร ?
นอนไม่หลับให้ปรับการกิน ! อาหารที่ทำให้นอนหลับง่ายขึ้น
Sleep Cycle นอนหลับอย่างไร ให้ตื่นมาแล้วไม่ปวดหัว !
{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

พวกเราตั้งใจและทุ่มเทกับการสร้างสรรค์คอนเทนท์เพื่อทุกคน และพวกเรารู้สึกยินดีมากๆ หากคุณสนใจที่จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์คอนเทนท์ดีๆ ในคอมมูนิตี้ของเรา 

>